แหล่งรวมเกมส์ชั้นนำ สล็อต คาสิโน บาคาร่า พร้อมระบบล้ำทันสมัย รวดเร็วทันใจ

Claret Ash คืออะไร ? ต้นไม้ใบแดงทรงพุ่มสวย

Claret Ash คืออะไร

Claret Ash คืออะไร ? ต้นไม้สายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ในงานปรับภูมิทัศน์ หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Raywood Ash ด้วยจุดเด่นของใบ ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มในฤดูใบไม้ร่วง ทรงพุ่มแผ่กว้างให้ร่มเงาได้ดี และมีความทนทานต่อสภาพอากาศแห้ง ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะ สำหรับสวนสาธารณะ ถนนสายหลัก และพื้นที่สีเขียวในเมือง

แนะนำข้อมูล Claret Ash

ชื่อ: แคลเรต แอช

ชื่อภาษาอังกฤษ: Claret Ash

ชื่อวิทยาศาสตร์: Fraxinus angustifolia subsp. oxycarpa ‘Raywood’

ชื่ออื่นๆ: Raywood Ash

วงศ์: Oleaceae (วงศ์มะลิ)

ถิ่นกำเนิด: มีต้นกำเนิดจากต้นกล้ากลายพันธุ์ของ Fraxinus angustifolia subsp. oxycarpa ที่ค้นพบใน Mount Lofty Ranges รัฐเซาท์ออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้นแคลเรต แอช

  • ลำต้นและเปลือก: ลำต้นตั้งตรง แข็งแรง สูง 10-15 เมตร ทรงพุ่มกว้าง 15-20 เมตร เปลือกสีเทาหรือน้ำตาล ค่อนข้างเรียบ โดยเฉพาะต้นที่ขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอด
  • ใบ: ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อย 7-13 ใบ รูปใบหอก ปลายแหลม ขอบเรียบหรือหยักเล็กน้อย ผิวใบมันเงาสีเขียวเข้ม เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม หรือบรอนซ์แดงในฤดูใบไม้ร่วง
  • ดอก: ออกเป็นช่อเล็ก ๆ ตามซอกใบและปลายกิ่ง ขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอกเด่นชัด สีไม่สะดุดตา
  • ผลและเมล็ด: ผลแซมารา (samara) รูปฝักแคบยาว มีปีกบาง ช่วยกระจายเมล็ดตามลม ขยายพันธุ์ได้ทั้งเมล็ด และการเสียบยอด
  • ระบบราก: รากแข็งแรง ลึก และแผ่กว้าง ทนดินแห้ง และสภาพแวดล้อมในเมือง
  • การเจริญเติบโตและอายุขัย: โตเร็ว ชอบแสงแดดและอากาศเย็น มีอายุยืนหลายสิบปี แต่ในบางพื้นที่อาจเสื่อมโทรมหรือตายจากความเครียด และเชื้อราBotryosphaeria
  • ลักษณะเด่นทางภูมิทัศน์: นิยมปลูกในสวนสาธารณะ ริมถนน และพื้นที่เปิดกว้าง เพราะพุ่มหนาแน่น ให้ร่มเงาดี และสีใบสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง

ที่มา: Fraxinus angustifolia ‘Raywood’ [1]

ประวัติการค้นพบ และการพัฒนาสายพันธุ์

ต้นกำเนิดของ Raywood Ash ย้อนกลับไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีรายงานว่า ถูกค้นพบครั้งแรกในสถานรับเพาะพันธุ์ไม้ Sewell’s Nursery บริเวณ Mount Lofty Ranges ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ต้นกล้านี้เติบโตขึ้นมาแตกต่างจากต้นแม่พันธุ์ และถูกนำไปปลูกในที่ดินของครอบครัว Downer ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “Raywood”

บุคคลที่ได้รับเครดิตในการค้นพบและส่งเสริมการปลูก Raywood Ash คือ Tullie Cornthwaite Wollaston นักค้าโอปอลชาวออสเตรเลีย หลังจากนั้น ต้นไม้ชนิดนี้ ได้รับการปลูกและขยายพันธุ์ในหลายพื้นที่ของออสเตรเลีย ก่อนจะถูกนำเข้าสู่ยุโรปในปี 1928 และอเมริกาในปี 1956 [2]

จุดเด่นของต้นแคลเรต แอช หรือ Raywood Ash

Fraxinus angustifolia subsp. oxycarpa ‘Raywood’ เป็นไม้ประดับยอดนิยมในออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา มีรูปลักษณ์สง่างาม ให้ร่มเงาดี และเปลี่ยนสีใบตามฤดูกาล

  • สีใบโดดเด่นในฤดูใบไม้ร่วง: ใบเปลี่ยนจากสีเขียวเข้ม เป็นสีแดงไวน์ สร้างบรรยากาศคล้ายต้นเมเปิล
  • ทรงพุ่มสมดุล ให้ร่มเงาดี: ทรงพุ่มกว้างเหมาะกับสวนสนามหญ้า และริมถนน
  • เปลือกเรียบ ดูแลรักษาง่าย: ลดการสะสมของโรคและแมลง เสริมความโดดเด่นให้กับลำต้น
  • ทนแล้งได้ดี: ปรับตัวได้ในพื้นที่แห้ง เหมาะกับเขตที่มีฤดูร้อนยาวนาน

เสน่ห์ของ Raywood Ash

แคลเรต แอช มีใบสีเขียวเข้มตลอดฤดูร้อน แต่เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ใบจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มหรือสีบรอนซ์แดง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “Claret” ที่หมายถึงไวน์แดงชั้นดีจากฝรั่งเศส หรือหากคุณกำลังมองหาต้นไม้ที่โตเร็วและมีดอกสีสดใสตลอดปี Corymbia Tree คือ อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยคุณสมบัติที่มีทั้งความงาม และประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ปัจจัยที่ทำให้สีของใบต้นแคลเรต แอช เป็นสีแดงคล้ายเมเปิล มีดังนี้

  • อุณหภูมิ: อากาศที่เย็นลงในช่วงกลางคืน ช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนสีของใบ
  • ปริมาณแสงแดด: แสงแดดที่เพียงพอ ช่วยให้การเปลี่ยนสีของใบเด่นชัดขึ้น
  • ความสมบูรณ์ของดิน และสารอาหาร: ดินที่มีธาตุอาหารสมดุล ช่วยให้ต้นไม้แข็งแรง และแสดงสีได้เต็มที่
  • ระดับความชื้น: หากสภาพอากาศแห้งเกินไป อาจทำให้ใบร่วงก่อนที่สีจะพัฒนาอย่างเต็มที่

ที่มา: Fraxinus oxycarpa ‘Raywood’ [3]

สรุป Claret_Ash คืออะไร ต้นไม้ที่มีสีใบโดดเด่น

Claret Ash คืออะไร

สรุป Claret_Ash คืออะไร มันเป็นต้นไม้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งในเรื่องของ สีใบที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มในฤดูใบไม้ร่วง ทรงพุ่มแผ่กว้างให้ร่มเงาดี และความทนทานต่อสภาพอากาศแห้ง ทำให้ได้รับความนิยมในงานภูมิทัศน์ทั่วโลก โดยเฉพาะในออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา

ต้นไม้เมืองหนาว แคลเรต แอช ปลูกได้ในไทยหรือไม่?

แคลเรต แอช เป็นไม้เมืองหนาวที่เติบโตได้ดีในอากาศเย็นและแห้ง แต่ในประเทศไทย อากาศร้อนชื้นอาจทำให้สีใบเปลี่ยนไม่ชัดเจนและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเชื้อรา ซึ่งต้นไม้นี้เหมาะกับพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น บนดอยหรือภูเขาสูงเช่น ดอยอินทนนท์ ดินควรระบายน้ำดี และได้รับแสงแดดเต็มวัน

เหตุผลที่ Claret Ash ได้รับความนิยมในงานปรับภูมิทัศน์คืออะไร?

  • เหมาะกับริมถนนและสวนสาธารณะ: เติบโตสมดุล รากไม่รุกล้ำมาก
  • สวยงามตลอดปี: ให้ร่มเงาในฤดูร้อน สีใบเปลี่ยนในฤดูใบไม้ร่วง และกิ่งก้านสวยแม้ผลัดใบ
  • ดูแลง่าย ต้านทานโรค: ต้องการการดูแลต่ำ แข็งแรง ทนแมลงและโรคได้ดี
Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง