
งูทะเลยักษ์ ยอร์มุนกานด์ แห่งตำนานนอร์ส
- J. Kanji
- 34 views
งูทะเลยักษ์ ยอร์มุนกานด์ คือหนึ่งในสิ่งมีชีวิต ที่ทรงพลังแห่งตำนานนอร์ส มันใหญ่จนโอบล้อมโลกได้ทั้งใบ และแม้จะไม่เอ่ยวาจา หรือมีแผนร้ายใด ๆ แต่กลับเป็นตัวแปรสำคัญ ที่ชี้ชะตาแห่งจักรวาล โดยเฉพาะในศึกสุดท้าย กับเทพเจ้าธอร์ ซึ่งนำไปสู่จุดจบ ของโลกเก่า และการเริ่มต้นใหม่
ยอร์มุนกานด์ เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่าง โลกิ (Loki) เทพแห่งกลอุบาย และความเปลี่ยนแปลง กับ แองก์โบด้า (Angrboda) ยักษ์หญิงแห่งโลกยมทูต ทั้งคู่ให้กำเนิดลูกสามตน นั่นก็คือ หมาป่า เฟนริล จะเข่นฆ่าเทพโอดิน เฮล ผู้ปกครองแดนคนตาย และ ยอร์มุนกานด์งูยักษ์แห่งท้องทะเล
เทพโอดิน ผู้มองเห็นชะตากรรม ของเทพเจ้า และโลก ได้รับคำทำนายว่า ลูกทั้งสามของโลกิ จะเป็นต้นเหตุของ “แร็กนาร็อก” หรือวันสิ้นโลก เพื่อป้องกันภัยล่วงหน้า เขาจึงสั่งกักขังสัตว์ทั้งสาม ในสถานที่ที่พวกมัน ไม่อาจทำอันตรายได้ โดยเฟนริลถูกล่ามโซ่ไว้ ด้วยเวทมนตร์
เฮลถูกส่งไปครองแดน แห่งความตาย ส่วนยอร์มุนกานด์ ถูกโยนลงไปในมหาสมุทร ที่ล้อมรอบโลกมนุษย์ (Midgard) ที่นั่น มันค่อยๆ เติบโตจนร่างของมัน ใหญ่พอที่จะโอบโลกได้ทั้งใบ และกลายเป็นหนึ่ง ในพลังมืดที่ถูกขังไว้ ใต้ผืนน้ำอันเงียบสงบ [1]
ในที่สุด ยอร์มุนกานด์ก็เติบโต จนร่างมันยาวพอ ที่จะโอบล้อมโลก Midgard ได้ทั้งหมด และ กัดหางตัวเองเอาไว้ เป็นวงแหวนยักษ์ ที่ไม่มีจุดเริ่มต้น หรือจุดจบ ลักษณะนี้ สอดคล้องกับสัญลักษณ์โบราณ ที่เรียกว่า “Ouroboros” ซึ่งปรากฏ ในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก [2]
เป็นเครื่องหมายของวัฏจักร การเกิด ความตาย และการฟื้นคืน แต่ในตำนานนอร์ส วงจรนี้ไม่ใช่สันติภาพ หากคือ การกักเก็บพลังทำลายล้าง ไว้ชั่วคราว โลกในยุคนั้น อาจดูสงบ แต่เป็นเพราะสิ่งร้ายแรงที่สุด ยังไม่ตื่น เมื่อใดที่ยอร์มุนกานด์ “ปล่อยหาง” เมื่อนั้นจะเป็นสัญญาณ แห่งวันสิ้นโลก
ตำนานของยอร์มุนกานด์ ไม่อาจเล่าขานได้ หากขาดชื่อของเทพเจ้าสายฟ้า ธอร์ (Thor) ทั้งสองเป็น “ศัตรูคู่เวร” ที่มีโชคชะตาผูกพันกัน อย่างแน่นแฟ้น หนึ่งในเรื่องเล่า ที่มีชื่อเสียงคือ ตอนที่ธอร์ไปตกปลากับ ยักษ์เฮมีร์ (Hymir) ในท้องทะเลอันไกลโพ้น
ธอร์ใช้หัววัว เป็นเหยื่อล่อ และเผชิญหน้ากับยอร์มุนกานด์ ที่ผุดขึ้นมาจากน้ำ ทั้งสองประจันหน้ากัน ธอร์ยกค้อนมโยลเนียร์ขึ้น หวังจะสังหาร แต่น่าเสียดายที่ยักษ์เฮมีร์ เกิดกลัวจนรีบตัดเชือกทิ้ง
ทำให้ยอร์มุนกานด์รอดชีวิต การเผชิญหน้าครั้งนั้น เป็นเสมือนการ “ซ้อมใหญ่” ก่อนการต่อสู้จริง ในวันแร็กนาร็อก ที่โชคชะตาของทั้งคู่ จะถูกตัดสินอย่างเด็ดขาด
เมื่อวันแร็กนาร็อกมาถึง ซึ่งเป็นวาระสุดท้ายของโลก ยอร์มุนกานด์ปล่อยหางของตัวเอง ที่มันกัดไว้มานาน ยอร์มุนกานด์เผชิญหน้ากับ ทอร์ เทพแห่งสายฟ้า และสงคราม ทั้งสองมีประวัติ การปะทะกันมาก่อนแล้ว แต่ครั้งนี้จะแตกต่าง เพราะไม่มีใครรอด
ยอร์มุนกานด์โผล่ขึ้น จากทะเล และพ่นพิษร้ายแรง ปกคลุมไปทั่วฟ้า และน้ำ ทั้งสองได้ต่อสู้อย่างดุเดือด และในที่สุด ธอร์ก็ฟาดค้อน ใส่ยอร์มุนกานด์ได้สำเร็จ ทันทีหลังจากธอร์ ฆ่ายอร์มุนกานด์ เขาเดินออกมาจาก ร่างงูยักษ์เพียง 9 ก้าว เท่านั้น
พิษได้แทรกซึมเข้าไป ในร่างของเขา จนทำให้เขาล้มลง และตายอยู่เคียงข้าง ศัตรูของเขา หลังแร็กนาร็อก โลกก็ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ใสสะอาด และสงบ มีมนุษย์คู่หนึ่งรอดชีวิต เพื่อสร้างอารยธรรมใหม่ และเทพรุ่นใหม่ จะถือกำเนิด เพื่อสานต่อจักรวาล [3]
หากพิจารณา ในแง่ปรัชญา ยอร์มุนกานด์ไม่ใช่เพียง สัตว์ประหลาด แต่เป็นตัวแทน ของพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง
มันแสดงถึง ความจริงข้อหนึ่งของชีวิต ทุกสิ่งที่มีอยู่ ย่อมต้องมีจุดสิ้นสุด และจุดสิ้นสุดนั้น อาจเป็นแค่การเริ่มต้น ของสิ่งใหม่เสมอ
แม้ตำนานนอร์ส จะมีอายุหลายพันปี แต่ยอร์มุนกานด์ ยังคงเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับงานศิลปะ วรรณกรรม และเกมในยุคปัจจุบัน เช่น
สิ่งนี้สะท้อนว่า ยอร์มุนกานด์ไม่ได้ถูกลืม แต่ยังคง “โอบล้อม” โลกของเราไว้ ผ่านความคิดสร้างสรรค์ของผู้คน
งูทะเลยักษ์ ยอร์มุนกานด์ ที่ไม่ได้มีบทบาท แค่ในตำนาน แต่ยังเป็นภาพแทนของ พลังที่ซ่อนอยู่ วัฏจักรแห่งชีวิต และจุดเปลี่ยนแห่งจักรวาล เรื่องราวของมันกับธอร์ คือตัวอย่างของโชคชะตา ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังเตือนใจเราว่า ทุกจุดจบ อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากเป็นเพียง ประตูบานใหม่ ที่รอให้เราเดินผ่านไป
ยอร์มุนกานด์ เป็นความสัมพันธ์ เชิงวัฏจักรกับโลก มันไม่ได้มีแค่พลังทำลาย แต่ยังเป็นผู้ “โอบล้อม” โลกทั้งใบไว้ในตัวเอง แตกต่างจากเฟนริล หรือเฮลที่มีบทบาท ตรงไปตรงมา ในด้านความตาย และการทำลายล้าง
การกัดหางตัวเอง ของยอร์มุนกานด์ คือสัญลักษณ์ของ Ouroboros ซึ่งแสดงถึงวัฏจักรไม่รู้จบ ตราบใดที่มันยัง ไม่ปล่อยหาง โลกก็ยังปลอดภัย แต่เมื่อใดที่มันปล่อยหาง จะเป็นสัญญาณว่า “วันสิ้นโลก” หรือแร็กนาร็อก กำลังจะเริ่มต้น